เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?

สารบัญ

คุณคงเคยได้ยินมามากแล้วว่าดวงตานั้นเป็นหน้าต่างของหัวใจหรือแม้แต่จิตวิญญาณและความคิด นั้นรวมถึงการบ่งบอกถึงทั้งสุขภาพร่างกายและจิตใจได้อีกด้วย แน่นอนว่าเมื่อเราเห็นดวงตาที่ไร้พลัง ดูเหนื่อย อ่อนล้า และอาจเป็นทุกข์เล็กน้อย นอกเหนือจากพันธุกรรมแล้วดูเหมือนว่าทุกสิ่งทุกอย่างสามารถส่งผลต่อบริเวณใต้ดวงตาที่บอบบางได้อย่างง่ายดาย เช่น การพักผ่อนนอนหลับน้อย เกิดความเครียด หรือใช้เวลาอยู่หน้าจอมากเกินไปอาจทำให้ใต้ตาของคุณดูแย่ลง จึงทำให้ผู้คนมากมายเสาะแสวงหาตัวช่วยอย่างอายครีมหรืออายมาสก์แต่ว่ามันจะสามารถช่วยได้มากขนาดไหน ทำงานกับผิวรอบดวงตาอย่างไรวันนี้มาหาคำตอบกันค่ะ

ครีมบำรุงรอบดวงตาคืออะไร? 

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?1

ครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นมอยส์เจอไรเซอร์ชนิดหนึ่งที่คิดค้นขึ้นสำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาโดยเฉพาะ ในขณะที่บางคนเลือกใช้ครีมทาหน้าทั่วไปกับผิวรอบดวงตาแต่ที่จริงแล้วบริเวณนี้ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ การใช้ครีมหรือมอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปมาใช้กับผิวบริเวณนี้มักจะมีความชุ่มชื้นที่ไม่เพียงพอนั้นจึงทำให้มีการคิดค้นครีมสำหรับบริเวณรอบดวงตาขึ้นมาที่มีความเข้มข้นจากส่วนผสมสำคัญที่ให้การดูแลที่มากกว่าและแน่ นอนว่าราคาก็สูงกว่าครีมทาผิวหน้าทั่วไปด้วย และกลับกันเมื่อคุณจะใช้ครีมที่มีความเข้มข้นให้ทั่วบริเวณผิวหน้าอะไรจะเกิดขึ้นกันนั้นอาจทำให้ผิวของคุณเกิดการอุดตันไงหละ! จากความเข้มข้นนี้จึงเหมาะจะใช้แค่เฉพาะบริเวณเท่านั้น

Hadley King , MD, แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์กซิตี้ กล่าวว่าผิวรอบดวงตานั้นบางและเป็นบริเวณที่เกิดสัญญาณของริ้วรอยก่อนวัยได้มากที่สุด เมื่อมองหาครีมบำรุงรอบดวงตาควรเน้นการให้ความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ เพราะความชุ่มชื้นเป็นคุณสมบัติหลักในการคงสภาพและปกป้องผิวได้ดี อย่างไรก็ตามครีมบำรุงรอบดวงตาสามารถช่วยได้มากกว่าเพียงแค่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิว

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?2

ครีมบำรุงรอบดวงตาทำอะไรได้บ้าง 

ประโยชน์หลักๆ ของการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตามีดังนี้ 

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?3

ครีมบำรุงรอบดวงตาให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวของคุณ 

Debra Jaliman , MD, แพทย์ผิวหนังและผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านโรคผิวหนังที่ Icahn School of Medicine, Mount Sinai กล่าวว่าการให้ความชุ่มชื้นแก่บริเวณที่อยู่ใต้ดวงตาของคุณมีความสำคัญอย่างไม่น่าเชื่อ เนื่องจากในบริเวณนี้มีต่อมน้ำมันน้อยกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย ซึ่งหมายความว่ามันจะแห้งอยู่ตลอดเวลาจึงไม่สามารถป้องกันตัวเองจากมลภาวะได้มากนัก การแก้ไขปัญหานั้นค่อนข้างง่าย เพียงเพิ่มการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาให้ความชุ่มชื่นทุกวันสามารถป้องกันและบรรเทาอาการขาดน้ำได้ 

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?4

ผิวรอบดวงตามีความบางและละเอียดอ่อนเป็นพิเศษและมีแนวโน้มที่จะระคายเคืองง่าย ดังนั้นการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสูตรเฉพาะสำหรับบริเวณรอบดวงตาจึงเป็นประโยชน์ เธอกล่าว ครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นสูตรเฉพาะเพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่บริเวณที่บอบบางของผิวและได้ลดหรือเลี่ยงสารเคมีและส่วนประกอบบางอย่างที่อาจจะไปทำปฏิกิริยาที่แย่กับผิวรอบดวงตา

มอยส์เจอไรเซอร์ในอุดมคติสำหรับดวงตานั้นควรประกอบไปด้วย : Humectants เช่น กรดไฮยาลูโรนิก กลีเซอรีน เซราไมด์และกรดไขมัน ส่วนผสมเหล่านี้พบได้ในครีมบำรุงรอบดวงตาและมอยส์เจอไรเซอร์หลายชนิด เนื่องจากสามารถกักเก็บน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและนำสารอาหารกลับคืนสู่ผิวได้ดี

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?5

ครีมบำรุงรอบดวงตาช่วยลดเลือนริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น

ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นเกิดขึ้นจากการสูญเสียคอลลาเจนซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยให้โครงสร้างผิว และความยืดหยุ่นของเราลดลงเมื่อเราอายุมากขึ้น แม้ว่าเราจะมีมาตรการ เช่น การป้องกันแสงแดดหรือการหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่มีความสำคัญในการป้องกันริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นแล้วแต่ถ้าไม่ทาครีมบำรุงรอบดวงตาก็จะทำให้ผิวบริเวณนี้ไม่ได้รับการบำรุงอย่างเพียงพอ รวมถึงนี้เป็นบริเวณที่มีการเคลื่อนไหวบ่อยมากเพราะเรากะพริบตาหลาย ๆ ครั้งต่อวัน และสิ่งนี้สร้างความตึงเครียดและกดดันให้กับผิวที่บอบบางละเอียดอ่อนนี้แบบไม่รู้ตัวอีกด้วย

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?6

เพื่อลดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นเราแนะนำให้เลือกครีมบำรุงรอบดวงตาด้วยส่วนผสมดังนี้ : 

เปปไทด์หรือกรดอะมิโนที่ใช้รักษาผิวที่แก่ก่อนวัย จะช่วยสร้างคอลลาเจนรวมทั้งรักษาเซลล์และเนื้อเยื่ออีกด้วย

เรตินอล ซึ่งเป็นรูปแบบของวิตามินเอช่วยป้องกันริ้วรอยและเพิ่มความยืดหยุ่นของผิวโดยเร่งการผลัดเซลล์ผิวและการผลิตคอลลาเจน เรตินอลอาจเป็นส่วนผสมหนึ่งที่ใช้ตอนกลางคืนเท่านั้นเพราะอาจทำให้เกิดความไวต่อแสงแดดได้

วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดสัญญาณของความเสียหายจากแสงแดด 

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?7

ส่วนผสมอะไรที่คุณควรหลีกเลี่ยงในครีมบำรุงรอบดวงตา?

คุณควรหลีกเลี่ยงครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีกลิ่นหอม เพราะ ผิวเปลือกตาบางมาก ซึ่งเป็นส่วนที่บางที่สุดในร่างกายของเรา และน้ำหอมหรือกลิ่นหอมนี้สามารถนำไปสู่การระคายเคือง ซึ่งอาจทำให้เกิดรอยคล้ำที่เกิดจากการอักเสบได้

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับครีมบำรุงรอบดวงตา!

แม้ว่าครีมบำรุงรอบดวงตาจะมีประโยชน์ แต่ก็ไม่สามารถช่วยลดอาการบวมใต้ตาหรือลดความหมองคล้ำได้มากนัก

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?7

ครีมบำรุงรอบดวงตาไม่สามารถลดอาการบวม

ครีมบำรุงรอบดวงตาไม่สามารถลดอาการบวมใต้ตาได้มากนัก และครีมที่สามารถช่วยลดอาการบวมนี้ได้ควรมีส่วนผสมของคาเฟอีน เพราะถ้าครีมบำรุงรอบดวงตามีคาเฟอีนเข้มข้น คุณจะสามารถลดอาการตาบวมได้ชั่วคราวนั่นเป็นเพราะคาเฟอีนทำให้หลอดเลือดหดตัว ซึ่งทำให้การไหลเวียนของเลือดไปยังบริเวณดวงตาลดน้อยลง และลดอาการบวมได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น

นอกจากนี้แล้วการประคบเย็นบริเวณรอบดวงตายังช่วยลดอาการบวมได้อีกด้วย “การประคบถุงชาเย็น ๆ ก็มีประโยชน์เช่นกัน เพราะทั้งคาเฟอีนและความเย็นสามารถบีบรัดหลอดเลือดได้ หรือลองใช้ช้อนแช่เย็นหรือแตงกวาหั่นชิ้นเย็นก็ได้ แต่ถุงชาเขียวจะมีประสิทธิภาพมากเป็นพิเศษ เนื่องจากคุณได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระของ โพลีฟีนอลใน ชาเขียวด้วย และหากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนละก็คุณจะต้องนอนให้มากขึ้น ดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง และกินเกลือให้น้อยลงด้วยนะ

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?8

ครีมบำรุงรอบดวงตาไม่สามารถลดความหมองคล้ำถาวรได้ 

แม้ว่าครีมบำรุงรอบดวงตาหลาย ๆ แบรนด์ได้เคลมว่าลดความหมองคล้ำได้ที่จริงแล้วมันสามารถทำได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อายครีมส่วนใหญ่กำจัดรอยคล้ำและผิวคล้ำจะเข้าไปจัดการกับปัญหาหลอดเลือดใต้ตาที่ทำให้ผิวดูคล้ำแต่นั้นก็เป็นผลลัพธ์ชั่วคราวเท่านั้น

และหากคุณต้องการปกปิดอย่างเร่งด่วนตัวเลือกที่ง่ายที่สุดคือมอยส์เจอร์ไรเซอร์แบบมีสี มีมอยส์เจอไรเซอร์และครีมบำรุงรอบดวงตามากมายที่มีตัวเลือกให้เลือกหลายสี ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นอกจากจะบำรุงผิวแล้วยังสามารถให้ประโยชน์เป็นคอนซีลเลอร์ที่เบาบางปกปิดแต่เป็นธรรมชาติได้อีกด้วย

แต่สำหรับผู้ที่ได้รับมันมาจากพันธุกรรมแล้ววิธีแก้ปัญหาที่แก้ยากนี้คือการไปพบแพทย์ เพราะอาจจะต้องใช้วิธีและเครื่องมือทางการแพทย์มากกว่าความหมองคล้ำที่เกิดจากสิ่งแวดล้อมและการขาดการดูแล 

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?9

คุณควรใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาหรือไม่? 

แม้ว่าคุณจะใช้มอยส์เจอไรเซอร์ประจำวันสำหรับใบหน้าอยู่แล้วก็ตาม แต่การทาครีมบำรุงรอบดวงตาก็คุ้มค่าและสามารถเติมเต็มตามความต้องการของผิวได้เช่นกัน คนส่วนใหญ่ที่อายุไม่เกิน 20 ปีจะที่มีผิวอ่อนเยาว์อาจไม่จำเป็นต้องลงทุนในผลิตภัณฑ์ฟุ่มเฟือยนี้ และมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ทาประจำก็เพียงพอแล้ว 

แต่สำหรับคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปนั้นจำเป็นมากกับอายครีมเพราะจะมีกิจกรรม งาน และภาระหน้าที่มากขึ้นตามอายุ จากผิวที่เริ่มจะมีสภาพถดถอยลงแล้วยังต้องเจอกับมลภาวะและอนุมูลอิสระมากมาย จำไว้ว่าแม้ว่ามอยส์เจอไรเซอร์จะยังคงให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา แต่ครีมบำรุงรอบดวงตามักมีส่วนผสมที่ให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็วและตรงเป้าหมายมากกว่ามอยส์เจอไรเซอร์ทั่วไปถึงเวลาที่ต้องแยกครีมบำรุงเฉพาะส่วนได้แล้วนะ

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?10

เคล็ดไม่ลับการใช้อายครีม

  1. หากคุณเลือกใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาเราขอแนะนำให้ทาทุกเช้าหรือกลางคืน(ส่วนใหญ่ควรเป็นกลางคืน) ไม่ควรใช่วันละสองครั้ง แม้ว่าอายครีมส่วนใหญ่ได้ทั้งกลางวันและกลางคืน แต่ส่วนผสมบางอย่างก็ใช้ได้ดีกว่าในตอนกลางวันหรือตอนเย็น สิ่งสำคัญคือต้องทาครีมบำรุงรอบดวงตาก่อนผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ เช่น การรักษาสิว เนื่องจากบริเวณนั้นบอบบางเป็นพิเศษไม่ควรโดยครีมแรง ๆ โดยตรง
  2. ในตอนเช้าควรใช้สูตรที่มีน้ำหนักเบาและมีค่า SPF เพื่อการแต่งหน้าที่เรียบเนียน ส่วนในตอนกลางคืน นั้นควรเลือกใช้ครีมที่เข้มข้นกว่าเพราะให้ซึมซับได้ทั้งคืน ข้อควรระวังการใช้ในตอนเช้าอายครีมมักจะมีเนื้อสัมผัสที่หนาและหนักซึ่งอาจทำให้คอนซีลเลอร์และรองพื้นของคุณซึมเข้าไปในเส้นรอบดวงตา ทำให้ริ้วรอยของคุณมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
  3. อ่านคำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ใด ๆ ก่อนใช้งาน ควรค่อย ๆ แตะไม่ควรถูให้แตะครีมรอบดวงตาแทนการถูและควรหลีกเลี่ยงการทาครีมบำรุงรอบดวงตาที่เปลือกตาบนเนื่องจากจะเพิ่มโอกาสที่ตาจะเข้าตาและทำให้เกิดการระคายเคืองได้
  4. ถึงการดูแลผิวที่ดีสำหรับบริเวณนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็จริง แต่คุณไม่จำเป็นต้องใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีส่วนผสมวิเศษเกินไปเพียงแค่หาความเข้มข้นที่เหมาะกับผิวของคุณก็เพียงพอแล้ว
  5. หากผิวรอบดวงตาแห้งมากกว่าปกติมาก คุณต้องปรับไปใช้สูตรที่ทำให้ผิวนวลมากขึ้นการใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่มีกรดไขมันโอเมก้าสามารถช่วยปลอบประโลมผิวบอบบางรอบดวงตาได้ นอกจากจะเป็นซุปเปอร์ฟู้ดที่รู้จักกันดีแล้ว กรดไขมันโอเมก้ายังมีประโยชน์เมื่อทาเฉพาะที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณที่แห้งจะช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นและป้องกันการระเหยของน้ำได้ดีอีกด้วย
  6. เราขอบอกตรง ๆ ว่าการทาครีมแก้รอยเหี่ยวย้นกับผิวรอบดวงตา(เช่นเดียวกับส่วนอื่น ๆ ของใบหน้า) ครีมจะทำให้ผิวของคุณกระชับและลดริ้ว ร่อง ขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถยกผิวรอบดวงตาที่ตกลงให้ยกขึ้นได้แน่นอน
  7. ความสำคัญของบรรจุภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ของครีมควรเป็นแบบกันแสงและเป็นสุญญากาศ หากผลิตภัณฑ์สัมผัสกับอากาศและแสง ประสิทธิภาพของส่วนผสมจะลดลง 
เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?11

ตกลงแล้วควรใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาหรือไม่?

สำหรับคนที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปคือ ใช่! ควรอย่างยิ่ง ครีมบำรุงรอบดวงตาเป็นสิ่งจำเป็นในขั้นตอนการดูแลผิวเพราะเบ้าตาและผิวหนังตาเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากเมื่อเราอายุมากขึ้น ปัญหาของครีมบำรุงรอบดวงตาคือผู้คนคิดว่าเนื่องจากมีความเข้มข้นและโฆษณาที่น่าทึ่งมันคงจะให้ผลลัพธ์ที่รวดเร็ว โดยที่ในความเป็นจริงแล้วควรใช้ครีมเป็นเวลาอย่างน้อย 12 สัปดาห์ก่อนที่จะบอกเกี่ยวกับผลลัพธ์ของมัน แล้วหากเกินน 12 สัปดาห์ไปแล้วยังเห็นผลควรเปลี่ยนแบรนด์หรือเข้าการฟื้นฟูผิวจากคลินิกด้านผิวพรรณและความงาม

เราต้องการ “อายครีม” จริงหรือ?ครีมสูตรพิเศษนี้จะช่วยผิวที่บอบบางได้อย่างไร?12

ท้ายนี้เราอยากให้คุณระวังกับพฤติกรรมในกิจวัตรประจำวันของคุณเป็นอย่างมาก เพราะการเสียดสี ถู การหรี่ตา และการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของดวงตายังช่วยเร่งการเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นจะนำมาซึ่งริ้วรอยอายุและความเหนื่อยล้าได้เร็วกว่าดังนั้นจึงควรปรับพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการทำลายผิวรอบดวงตาด้วยนะคะ นอกจากนี้แล้วอย่าลืมสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ การบำรุงด้วยอายครีมเข้มข้นที่จะช่วยรักษาความยืดหยุ่นของผิวควรมีส่วนผสมอย่าง วิตามินซี, เปปไทด์, เรตินอล, เซราไมด์และกรดไฮยาลูโรนิก ทั้งหมดเหล่านี้จะเป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ที่ช่วยป้องกันการสูญเสียน้ำในผิวหนังและเพิ่มความยืดหยุ่นทำให้ดวงตาของคุณดูสดใสมีชีวิตชีวาได้ยาวนานขึ้นนั้นเองละค่ะ piwd-review

เครดิต : สล็อตเว็บตรง

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter