ควรรู้ก่อนบำรุงผมสวยด้วย “เคราติน(Keratin)”

ดูแลเส้นผม เคราติน

สารบัญ

เมื่อเราคิดถึงผมที่ตรง เงางามและมีน้ำหนัก เราจะนึกถึง “เคราติน (Keratin)” คำนี้มักเป็นคำที่ถูกค้นหากันบ่อย ๆ หรือเคยเห็นผ่านตาจากยูทูปเบอร์ต่าง ๆ หรือเมื่อเราไปร้านทำผมช่างมักจะคอยแนะนำทรีทเม้นท์เคราตินสดหรือการใช้แชมพูเคราตินเพื่อบำรุงเส้นผม ก่อนที่คุณจะคล้อยตามการตลาดนี้เรามีข้อมูลทั้งข้อดีและข้อเสียมาบอกกันให้ทราบ เพราะเรามักจะเห็นการแนะนำในด้านที่มีประโยชน์ของเจ้าเคราตินนี้โดยช่างทำผมบางคนที่ไม่ค่อยบอกส่วนที่ควรระวังให้เรารู้ เคราตินคืออะไรกันแน่? เราสามารถเพิ่มเคราตินจากธรรมชาติได้หรือเปล่า? มันจำเป็นกับใครกัน? หรือเหมาะกับสภาพเส้นผมแบบไหน? วันนี้มาไขข้อสงสัยเพื่อที่จะเลือกใช้ให้เกิดประโยชน์ให้เกิดประสิทธิภาพและลดผลเสียจากสารเคมีที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

เคราติน (Keratin) คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?

เคราติน (Keratin) คืออะไรและมีประโยชน์อย่างไร?

มันเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยการสร้างโครงสร้างในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายภายนอกของเราให้เป็นรูปร่างไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง เล็บ ขน ผม เปรียบเสมือนเกราะที่คอยปกป้องและเป็นทั้งสารที่ทำหน้าที่ขึ้นโครงสร้างให้เกิดเป็นรูปร่างเช่น เส้นผมมี 3 ชั้น ประกอบด้วย เกล็ดผม เนื้อผม และแกนผม แน่นอนว่าเคราติน(keratin) นั้นจะอยู่ในส่วนของเกล็ดผมที่เกิดจากการเรียงซ้อนกันเป็นชั้นอย่างเป็นระเบียบ เมื่อเกล็ดผมปิดสนิทจะทำให้เกิดการเรียงเส้นของเส้นผม เงางามไม่ชี้ฟู มีน้ำหนัก เมื่อคุณเอามือสางเส้นผมแล้วจะเรียบลื่นและจัดทรงง่าย

*เกร็ดความรู้ ส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย

ผิวหนัง – คือชั้นผิวหนังบาง ๆ ที่มีความใสนั้นคือหนังกำพร้าที่คอยปกป้องการดูดซึมสารพิษภายนอก, ปกป้อง UV, การระเหยของน้ำ

เล็บ – เป็นเคราตินชนิดแข็งที่ประสานและทับซ้อนกันจนเกิดเป็นแผ่นแข็ง ๆ ป้องกันผิวส่วนที่ไวต่อการสัมผัส

เคราติน (Keratin) บนเส้นผมเสื่อมสภาพได้อย่างไร?

เคราติน (Keratin) บนเส้นผมเสื่อมสภาพได้อย่างไร?

คนที่มีเคราตินน้อยหรือมากโดยธรรมชาติ – จะเป็นกลุ่มคนที่มีการผลิตเคราตินออกมาในปริมาณไม่พอที่จะปกคลุมได้ทั่วถึงจึงเกิดความไม่เรียบรื่นทำให้เส้นผมขาดเกราะป้องกันทั่วทั้งเส้นจึงมีช่องว่างทำให้ขาดความชุ่มชื้นของเส้นผม จึงทำให้แห้งและชี้ฟูไร้น้ำหนักส่วนคนที่มีการผลิตเคราตินมากเกินไปจะทำให้เกล็ดผมทับซ้อนกันหนาจึงเกิดเป็นเส้นผมดำหนาแต่ฟูเพราะมีเกราะผมที่หนาเกินไปจะพบมากในคนที่ทานโปรตีนเยอะ ๆ เช่นคนที่ออกกำลังกายจะสังเกตได้ว่าผมหนาแต่ไม่เป็นทรง

โดยปัจจัยภายนอก – โมเลกุลของเคราตินนั้นมีขนาดที่เล็กและบางเพราะฉะนั้นจึงมีความเปราะบางและต้องเจอกับมลภาวะและการถูกทำลายอยู่บ่อยครั้งทั้งจากความร้อน สารเคมีที่กัดและฟอกรวมทั้งการมัดผมเป็นเวลานานเพราะปัจจัยเหล่านี้จะทำให้การไหลเวียนของเลือดไปสู่เส้นผมนั้นไม่ดีเท่าที่ควรจึงทำให้เกิดผมแห้ง ชี้ฟู ไร้น้ำหนักไร้ชีวิตชีวา

เพิ่มปริมาณเคราติน (Keratin) ได้อย่างไร

เพิ่มปริมาณเคราติน (Keratin) ได้อย่างไร

บำรุงจากภายใน – โดยธรรมชาติแล้วการเลือกอาหารเพื่อเสริมสร้างการกระตุ้นเคราตินนั้นคือ “โปรตีน” บวกเพิ่มด้วยสารอาหารที่ส่งเสริมกันอย่างวิตามินซีและกรดอะมิโนจำเป็นที่เป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าการบำรุงเส้นผม อาหารที่ควรทานเช่น ตระกูลถั่วต่าง ๆ / ปลาแซลมอน / ตระกูลชีส นม โยเกิร์ต / ผลไม้ตะกูลเบอร์รี่ / ตระกูลผักสีเขียวเข้มอย่างบร็อคโคลี ผักโขม ผักคะน้า

เคราติน (Keratin) สังเคราะห์ เป็นอันตรายหรือไม่?

บำรุงจากภายนอก – เป็นตัวเลือกที่สะดวกและรวดเร็วตามท้องตลาดในตอนนี้มีเคราตินที่สกัดมาจากธรรมชาติจากพืชและสัตว์เช่น ขนสัตว์และหนังสัตว์ประเภทนี้จะมีความใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุดเพราะมีคุณสมบัติทางชีวภาพใกล้เคียงกับเคราตินธรรมชาติในร่างกายเราแต่มีราคาสูง หรือเคราตินสังเคราะห์ที่หาซื้อได้ง่ายราคาประหยัด ถึงแม้จะมีความใกล้เคียงที่น้อยกว่าแต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นที่น่าพอใจไม่น้อย

เคราติน (Keratin) สังเคราะห์ เป็นอันตรายหรือไม่?

ส่วนผสมหลักในเคราตินสังเคราะห์หลัก ๆ เลยคือ “ฟอร์มาลดีไฮด์” หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “ฟอร์มาลีน” ทำไมล่ะ? เพราะสารชนิดนี้มีคุณสมบัติที่ดีในการเคลือบผิวทำให้เกิดความเรียบลื่นและเงางาม มีอนุภาคเล็กสามารถซึมและเติมเต็มส่วนที่สึกหรอของเกล็ดผมให้เรียบลื่นตลอดทั้งเส้น

ทั้งนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่านี้เป็นสารที่จะสร้างอันตรายแก่ร่างกายของเราแต่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (U.S FDA) ได้กำหนดให้การใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง 0.2 เปอร์เซ็นต์ และในเมืองไทยมีหลายแบรนด์ใหญ่ ๆ ที่ออกผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเคราตินออกมานั้นแสดงว่าในเมืองไทยก็สามารถใช้ผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับประเภทนี้ได้อย่างปลอดภัยแต่ควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม

ไม่เหมาะกับใคร?

สำหรับคนที่มีผมสุขภาพดีอยู่แล้วไม่ควรทรีทเม้นท์ผมประเภทนี้เพราะจะทำให้ผมมันง่ายขึ้น ส่วนคนที่มีเส้นผมแข็งแรงแต่หยักศกหรือพองฟูควรใช้การยืดผมดีกว่าถือว่าเป็นการแก้ไขได้ตรงจุดมากกว่า(พอรู้สึกว่าผมเสียหลังจากการยืดคุณสามารถทำทรีทเม้นท์ได้ในภายหลัง)

สรุปแล้วใช้ดีจริงมั้ย?

สรุปแล้วใช้ดีจริงมั้ย?

จริง! เห็นผลชัดเจนแต่ไม่ถาวรเนื่องจากเกิดการเติมเต็มส่วนที่สึกหรอเหมือนกับการอุดรูรั่วของบ้านเมื่ออุดทั้งเส้นแล้วจะทำให้เรียบลื่นแต่เมื่อเจอการชำระล้างบ่อย ๆ ก็จะสลายไปกับน้ำ วิธีนี้เหมาะกับคนที่มีผมแห้งเสียมาก ๆ และเหมาะสำหรับก่อนมีนัดสำคัญเช่น การสัมภาษณ์งาน นัดเดท ที่จะสร้างความประทับใจด้วยผมที่เรียงเส้นเงางามดูเป็นคนสะอาดและดูแลตัวเองเป็นอย่างดี

นอกจากการเพิ่มเคราตินจากธรรมชาติแล้วการทรีทเม้นท์เคราตินโดยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีทั้งแชมพูเคราติน และครีมนวดผมเคราตินนั้นได้สร้างผลลัพธ์ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนทันทีที่ใช้ เป็นตัวช่วยที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ใช้เสมอ ถึงแม้จะมีข้อดีขนาดนี้แต่ก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน คุณควรศึกษาหรือลองเทสแบรนด์ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ ก่อนการทำทรีทเม้นท์จริง ๆ จะช่วยให้คุณเจอแบรนด์ที่เหมาะกับคุณและปลอดภัยขึ้นอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : hd.co.th, www.thaicream.com, www.harpersbazaar.com,

แนะนำ : สมัครบาคาร่า

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter