AHA และ BHA แตกต่างกันอย่างไรน่ะ?

AHA และ BHA แตกต่างกันอย่างไรน่ะ?

สารบัญ

หากคุณต้องการมีผิวที่ดูมีสุขภาพดีเปล่งปลั่งนั้นควรมีการผลัดเซลล์ผิวด้วยผลิตภัณฑ์ แต่การกำจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วแต่ไม่ได้หมายถึงการสครับผิวแบบที่เราทำนะ จริง ๆ แล้วมีกรดผลัดเซลล์อยู่ 2 แบบคื  AHA และ BHA และแม้ว่ากรดทั้งสองชนิดจะไม่ดีเหมือนกัน แต่ก็ประโยชน์ต่อผิวที่แตกต่างกัน

ก็จริงอยู่ที่ผิวของเราต้องทำการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาติทุกวัน แต่ด้วยแสงแดดและอายุที่มากขึ้น จะทำให้กระบวนการผลัดเซลล์จึงมีแนวโน้มที่จะช้าลงหรือไม่มีการผลัดเซลล์อีกเลยดังนั้นเราจึงต้องหารผลิตภัณฑ์ขัดผิวบางชนิดจึงมักจำเป็นสำหรับการผลัดเซลล์ผิว การเรียนรู้ว่าการใช้กรดแต่ละชนิดคืออะไรแตกต่างกันอย่างไรและได้ผลอย่างที่หวังใว้หรือไม่นั้น  เพื่อให้ได้ข้อมูลบางอย่างเราได้ติดต่อแพทย์ผิวหนังที่ได้รับการรับรองเพื่อรับข้อมูลเชิงลึกบางข้อ ได้แก่ Kenneth Howe และ Orit Markowitz

ให้คำแนะนำที่ง่ายต่อการหาความแตกต่างระหว่าง AHA และ BHA และวิธีการเลือกตัวเลือกไหนที่เหมาะกับผิวของคุณ

AHA คืออะไร?

AHA คืออะไร?

AHA ย่อมาจาก alpha-hydoxy acid  “AHA มาจากน้ำตาลอ้อย หรือแหล่งพืชอื่น ๆ จึงเป็นสาเหตุที่มักเรียกกันว่ากรดผลไม้” Howe กล่าว ในบรรดา AHA คือกรดไกลโคลิกเป็น AHA ที่เล็กที่สุดมาจากน้ำตาลอ้อยและเป็นประเภทที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Markowitz ตั้งข้อสังเกตว่าโดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ AHA สำหรับผิวธรรมดาถึงผิวแห้ง และอาจจะถูกทำร้ายจากแสงแดดเนื่องจากอาจจะไปกระทบกับความชุ่มชื้นตามธรรมชาติภายในผิว

ประโยชน์ของ AHAs

AHA มีประโยชน์หลายอย่าง อย่างแรกเลยคือ ให้ประโยชน์ทั้งกับชั้นนอกของผิวหนัง (หนังกำพร้า) และชั้นลึก (หนังแท้) “Howe กล่าว” ในหนังกำพร้า AHA มีฤทธิ์ในการผลัดเซลล์ผิวโดยจะเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งยังคงเกาะอยู่ที่ชั้นผิวโดยจะค่อย ๆ คลายเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากผิวหนัง เมื่อหลุดออกแล้วเซลล์เหล่านั้นก็สามารถหลุดออกหรือผลัดเซลล์ผิวได้

AHA ยังช่วยกระตุ้นการผลิตเซลล์ให้เรียงกันอย่างเป็นระเบียบทำให้เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดเลือนริ้วรอย “AHA ช่วยทั้งการเพิ่มการสังเคราะห์คอลลาเจนโดยไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ที่สร้างคอลลาเจนในผิวหนัง) และลดการย่อยสลายของเมทริกซ์ผิวหนังที่มีอยู่” เขากล่าว Markowitz เห็นด้วยเพิ่มเติมว่า AHA ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการลดสัญญาณของความเสียหายจากแสงแดดและริ้วรอยที่มองเห็นได้ (FYI: AHA อย่าใช้แทนครีมกันแดด)

BHA คืออะไร?

BHA คืออะไร?

BHA ย่อมาจาก beta-hydroxy acid เป็นส่วนผสมที่ลดสิวเป็นที่นิยมเช่นกรด Salicylic? ใช่แล้วนั่นคือ BHA  “BHA เป็นกรดคาร์บอกซิลิกอินทรีย์ที่ทำงานบนผิวและลึกถึงรูขุมขน” Markowitz อธิบาย “ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถละลายในน้ำมันได้ดังนั้นจึงมักนิยมใช้กับ ผิวธรรมดาถึงผิวมัน ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกิดการอุดตันเป็นสิวและรูขุมขนกว้าง” Howe ตั้งข้อสังเกตว่าแม้ว่า BHA จะมีโครงสร้างคล้ายกับ AHA แต่ก็แตกต่างกัน “ในตำแหน่งของกลุ่ม hydroxyl เดียว”

ประโยชน์ของ BHAs

ผู้ใช้ BHA จะทำให้ผิวสงบและผ่อนคลาย (เหมาะสำหรับให้ความอ่อนโยนเพียงพอสำหรับผิวบอบบางรวมถึงผู้ที่มีแนวโน้มที่จะเป็นผื่นแดงหรือ rosacea) สิ่งนี้เกิดขึ้นจริงกับ BHA “กรดซาลิไซลิก (SA) ละลายในไขมันได้ดังนั้นจึง เหมาะกับผิวมัน และช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงรูขุมขน” Howe กล่าว  “คุณสมบัติเหล่านี้อธิบายว่าเหตุใด SA จึงถูกใช้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิว OTC จำนวนมาก”

นอกจากนี้เขายังกล่าวอีกว่ากรด Salicylic เป็นที่รู้จักในการต่อสู้กับแบคทีเรียและสามารถใช้ในการรักษาผิวหนังที่ด้านและบริเวณอื่น ๆ ของผิวแห้ง “ในความเข้มข้นมากนี้จะใช้ในการรักษาหูด มันให้ผลในลักษณะเดียวกับที่ AHA ทำโดยการลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกจากกัน แต่กรด Salicylic จะซึมลึกลงไปมากกว่า” เขากล่าว

วิธีเลือก AHA เทียบกับ BHA

เมื่อต้องเลือกระหว่าง AHA และ BHA คุณต้องการให้ผลิตภัณฑ์ทำงานตรงปัญหาผิวของคุณอย่างไร? หากปัญหาของคุณลึก เช่นสิวเรื้อรังหรือสิวทั่วไปคุณควรใช้ BHA หรือ AHA / BHA ร่วมกันเพราะจะสามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามสำหรับปัญหาสำหรับผิวแห้ง AHA คือทางออกที่ดีที่สุดของคุณ การผสม AHA / BHA อาจได้ผลขึ้นอยู่กับสภาพผิวของคุณด้วย แต่เมื่อเป้าหมายของคุณคือการผลัดเซลล์ผิวเพียงชั้นบนสุดของผิวคุณควรใช้แค่ AHA  Markowitz อธิบายว่า AHA และ BHA และมีประโยชน์สูงสุดอยู่ที่สูตรและไม่เหมาะกับการใช้เป็นประจำทุกวัน

วิธีการรวม AHAs และ BHAs

ผลิตภัณฑ์จำนวนมากใช้ทั้ง AHA และ BHA และแม้ว่าจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังหากใช้ปริมาณที่สูงเกินไป Markowitz แนะนำให้มองหาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA และ BHA เพื่อให้ได้สูตรที่มีความสมดุล

วิธีการรวม AHAs และ BHAs

สรุป

AHA มีความรุนแรงมากกว่าเป็นการผลัดเซลล์แค่เฉพาะผิวหนังชั้นบนอาจทำให้ผิวหน้าบางอ่อนไหวต่อแสงแดดควรใช้ตอนกลางคืนและอย่าลืมทาครีมกันแดดก่อนออกที่แจ้ง

BHA มีความอ่อนโยนมากกว่าและได้ผลดีกับคนผิวมันมากกว่าจึงสามารถเข้าไปทำปฏิกิริยากับต่อมไขมันได้ดีกว่าสามารถใช้ได้ทุกวันแต่ต้องดูปริมาณที่ใช้กับลักษณะผิวควรใช้ตอนกลางคืนและอย่าลืมทาครีมกันแดดด้วย

ขอบคุณบทความจากhttps://www.byrdie.com/aha-vs-bha

ขอบคุณรูปภาพจากhttps://www.freepik.com/photos/serum-drop

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter