5 อันดับน้ำมันบำรุงผิว สูตรลับความงามจากธรรมชาติ

5 อันดับน้ำมันบำรุงผิว สูตรลับความงามจากธรรมชาติ

สารบัญ

การใช้น้ำมันบำรุงผิวเป็นภูมิปัญญาที่เราสืบต่อกันมาจากบรรพบุรุษหลายช่วงอายุ แต่ละที่แต่ละท้องถิ่นก็จะมีน้ำมันที่แตกแตกต่างกันไป วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 อันดับน้ำมันบำรุงผิว ที่ได้มากจากหลากหลายชนิดพืช

1. น้ำมันอาร์แกน Argan Oil

1. น้ำมันอาร์แกน Argan Oil

เป็นน้ำมันที่ได้จากผลอาร์แกน ที่เป็นพืชพื้นเมืองที่หาได้ที่โมร็อคโกเท่านั้น วิธีการได้มาของน้ำมันอาร์แกนคือจะแกะเอาเนื้อข้างนอกออกจนเหลือแต่เมล็ด หรือว่าจะให้สัตว์กินลูกอาร์แกนเข้าไปแล้วมันจะคายเมล็ดออกมา แล้วจึงนำไปตากแห้งจนกรอบจากนั้นนำเมล็ดมาบดให้แตกและขยี้เพื่อให้ได้น้ำมันอาร์แกนบริสุทธิ์

สรรพคุณต่อผิว : เต็มไปด้วยวิตามินอีเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวต่อต้านอนุมูลอิสระได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดการอักเสบของผิว รักษาสิวและช่วยเป็นตัวนำสกินแคร์ตัวอื่นๆซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ผิวได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ทำให้ผิวแข็งแรง เหมาะมากกับคนที่มีผิวเป็นสิวและแพ้ง่าย

2. น้ำมันมะพร้าว Coconut Oil

2. น้ำมันมะพร้าว Coconut Oil

น้ำมันที่เราคุ้นเคยดีและเป็นผลิตภัณฑ์เด่นในบ้านเราด้วยสิ และวิธีการทำน้ำมะพร้าวสะกัดเย็นแบบโฮมเมดด้วยการนำน้ำกะทิไปแช่เย็นและรอการแยกตัวของชั้นครีมมะพร้าวและน้ำมันมะพร้าว ซึ่งจะเต็มไปด้วยวิตามินอีที่ช่วยเรื่องความเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นให้แก่ผิว ลดริ้วรอย ความหมองคล้ำ ความหยาบกร้าน ปกป้องและสมานผิวจากแสงแดด

สรรพคุณต่อผิว : มีวิตามินเอช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ มีวิตามินอีช่วยเรื่อความชุ่มชื้นของผิว และรักษาเชื้อราบนผิวหนังและร่องเล็บอีกด้วยนะ

3. น้ำมันโจโจบา Jojoba Oil

3. น้ำมันโจโจบา Jojoba Oil

สกัดมาจากเมล็ดของต้นโจโจบา เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ทางตอนใต้ของรัฐแอริโซนาและรัฐแคลิฟอเนีย ในการค้นคว้าวิจัยเค้าบอกว่าโจโจบามีลักษณะคล้ายน้ำมันของผิวมนุษย์เราที่สุดเมื่อเราทาลงบนผิว ผิวของเราจะคิดว่าเป็นพวกเดียวกันจึงทำให้เกิดสมดุลของผิวหนังไม่ทำให้เกิดการต่อต้านให้เป็นไขมันส่วนเกินจึงทำให้ไม่เกิดสิวและสิ่งอุดตัน (ยกเว้นการรวมตัวกับสิ่งสกปรก)

สรรพคุณต่อผิว : ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื่น ช่วยโอบอุ้มน้ำใต้ผิวสามารถกักเก็บน้ำหล่อเลี้ยงได้ยาวนานขึ้นเปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันธรรมชาติให้ผิว ช่วยลดเลือนเนื้อลายและรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้รอยแผลเป็นจางลง น้ำมันโจโจบาอ่อนโยนและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและเหมาะกับผิวแพ้ง่าย

4. น้ำมันโรสฮิบ Rosehip Oil

4. น้ำมันโรสฮิบ Rosehip Oil

น้ำมันชนิดนี้ได้มากจากการสกัดจากเมล็ดโรสฮิปที่มีต้นกำเนิดอยู่ในประเทศชิลี น้ำมันโรสฮิปเป็นน้ำมันที่มีเนื้อสัมผัสเบา สามารถซึมลงสู่ผิวเราได้เร็วมีสารต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยลดการเกิดริ้วรอยได้ดีอีกทั้งมีวิตามินซีจะช่วยการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวทำให้ผิวอิ่มฟูทำให้ดูอ่อนเยาว์

สรรพคุณต่อผิว : เด่น ๆ เลยในน้ำมันตัวนี้จะมีวิตามินซีและวิตามินเอที่จะช่วยในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวหนังให้ฟูขึ้นและเส้นใยคอลลาเจนให้สานกันเป็นระเบียบจึงทำให้ผิวเรียบเนียนลดเลือนริ้วรอยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังมีกรดไขมันอย่าง โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 ที่ซึมซาบเข้าสู่ผิวได้รวดเร็ว จึงทำให้แบรนด์เครื่องสำอางต่าง ๆ พากันใส่เจ้านี้ลงไปในครีมบำรุงหรือเครื่องสำอาง

5. น้ำมันเมล็ดองุ่น Grape seed oil

5. น้ำมันเมล็ดองุ่น Grape seed oil

เริ่มมากจากการเป็นเมล็ดองุ่นที่เหลือจากการกระบวนการผลิตไวน์สกัดด้วยวิธีการบด บีบ อัด แยกกากกับน้ำมันออกจากกันซึ่งเป็นวิธีที่ปราศจากความร้อนจึงยังคงคุณสมบัติของสารต่าง ๆ ได้อย่างครบถ้วย ทำให้ได้น้ำมันที่มีสีเขียวเข้มและกลิ่นหอมอบอวลของไวน์องุ่น

สรรพคุณต่อผิว :  มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ บำรุงผิวลดเลือนริ้วรอยและช่วยให้ผิวพรรณสดชื่นอยู่เสมอ มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่ มีสารเฉพาะที่จะลบเลือนริ้วรอยจากแผลเป็น แผลตกสะเก็ดได้เป็นอย่างดี

เป็นยังไงบ้างค่ะกับ 5 อันดับน้ำมันบำรุงผิว ที่มีสรรพคุณต่อผิวพรรณของเรามากมายคราวหน้าถ้าคุณไปนวดน้ำมันที่สปาลองถามดูสิว่าใช้น้ำมันอะไรเผื่อที่สปาจะมีชนิดของน้ำมันให้เลือกตามความต้องการของลูกค้า

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.everydayhealth.com/skin-and-beauty/best-natural-oils-healthy-skin/

ขอบคุณรูปภาพจาก

https://www.redbookmag.com/beauty/anti-aging/g3245/essential-oils-for-skin/
Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter