13 ความจริงเรื่องสิวที่คุณต้องรู้

13 ความจริงเรื่องสิวที่คุณต้องรู้

สารบัญ

 เนื่องจากสิวในผู้ใหญ่อาจสร้างความสับสนได้มากเราจะให้แพทย์ผิวหนังบอกความจริงกับเรา แก่แล้วเป็นสิวได้รึเปล่า? โทษอาหาร วิถีชีวิต หรือพันธุกรรมได้มั้ย? การแต่งหน้าเป็นโทษกับผิวมั้ย? แล้วสิวหายได้ยังไง?  คำตอบใน Google อาจจะวนไปมา มานี้ค่ะที่ปรึกษาแพทย์ผิวหนัง Dr Anjali Mahto จากคลินิก Cadogan Cosmetics ในลอนดอนจะบอกเราทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับสภาพผิวให้ทราบกันค่ะ

1. สิวเป็นสำหรับวัยรุ่นเท่านั้น

สิวสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ส่วนในผู้ใหญ่อาการนี้ประกอบด้วย 2 ประเภทย่อย ได้แก่ ” สิวต่อเนื่อง “ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่วัยรุ่นจนถึงวัยผู้ใหญ่และสิวที่เริ่มมีอาการตอนเข้าช่วงผู้ใหญ่แล้ว

2. สิวในผู้ใหญ่มีผลต่อผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 

สิวในวัยผู้ใหญ่มักเกิดขึ้นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในบางตำแหน่งระหว่าง 12-22 % ของผู้หญิงจะเป็นสิวเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่เมื่อเทียบกับผู้ชายประมาณ 3% เนื่องจากผู้หญิงมีความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมากกว่าเช่น ระหว่างรอบเดือนและหลายคนจะพบว่าผิวของพวกเขาดูแย่ลงก่อนมีประจำเดือน

3. สิวเป็นเรื่องทางพันธุกรรม

พันธุกรรมมีส่วนอย่างมากในการพัฒนาของสิวการศึกษาบางชิ้นชี้ให้เห็นว่าเกือบ 80% ของสิวเกิดจากการมียีนบางอย่างที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม

13 ความจริงเรื่องสิวที่คุณต้องรู้ 02

4. สิวเกิดจากผิวที่ไม่สะอาด 

การเกิดสิวเป็นกระบวนการที่มีหลายปัจจัย (multifactorial) สิวเป็นความผิดปกติของหน่วย Pilosebaceous ของผิวหนังซึ่งประกอบด้วยต่อมผลิตน้ำมันรูขุมขนและเส้นผมขนาดและเมื่อต่อมผลิตน้ำมันได้รับผลกระทบจากระดับฮอร์โมนที่ผิดปรกติบางอย่างต่อมจะเพิ่มขนาดและผลิตน้ำมันมากขึ้นเซลล์ผิวหนังเริ่มมีลักษณะ “เหนียว” ดักจับฝุ่นและแบคทีเรียที่เรียกว่า P. acnes จะทวีจำนวนขึ้นและปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้เกิดสิวนั้นเอง

5. วิถีชีวิตมีผลต่อสิว 

มีหลักฐานบางอย่างที่ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคนมและอาหารที่มีไขมันสูงสามารถทำให้สิวรุนแรงขึ้นได้ ดังนั้นจึงขอแนะนำให้คุณลดสิ่งเหล่านี้รวมถึงความเครียดอาจทำให้โรคผิวหนังหลายชนิดรุนแรงขึ้นรวมถึงนังสิวตัวดีอีกด้วย ดังนั้นการค้นหา  วิธีการลดเช่นนี้โดยการออกกำลังกายหรือการทำสมาธิอาจมีประโยชน์ทางอ้อม

6. ช็อกโกแลตทำให้สิวแย่ลง 

ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่าช็อกโกแลตและผลต่อสิว ซึ่งการศึกษาในห้องปฏิบัติการเมื่อเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นว่าการบริโภคช็อกโกแลต ส่งผลให้มีการปล่อยสารเคมีที่ก่อให้เกิดการอักเสบเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามอาจจะเป็นที่ส่วนประกอบเล็กน้อย เช่น นมวัว ไขมัน ความหวาน แต่ปกติก็ทานได้นะแค่อยู่ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้นเอง

7. สิวเป็นโรคติดต่อ 

สิวไม่ใช่โรคติดต่อและไม่สามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้แม้ว่าแบคทีเรียจะเป็นตัวการเกิดสิวก็ตาม แต่ก็ไม่สามารถแพร่เชื้อได้เหมือนกับการติดเชื้อแบคทีเรียแบบอื่น แต่ก็ไม่ควรใช้ผ้าเช็ดตัวหรือหมอนร่วมกับคนอื่น ๆ ด้วยเหตุผลด้านสุขอนามัยทั่วไป

8. ผิวที่เป็นสิวต้องการความชุ่มชื้น 

การให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวจะรักษาสมดุลย์ของเกราะป้องกันผิวและมีความสำคัญต่อสุขภาพผิวที่ดี แม้ว่าผิวมันก็ต้องการให้ความชุ่มชื้นเนื่องจากน้ำมันส่วนเกินไม่ใช่ความชุ่มชื้น และการล้างหน้าสองครั้ง เช้า – เย็นด้วยคลีนเซอร์สูตรเฉพาะสำหรับสิว (ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มักมีกรดซาลิไซลิกหรือเบนโซอิลเปอร์ออกไซด์) จึงทำให้ความชุ่มชื้นบนผิวหายไป หลังทำความสะอาดควรใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เนื้อเจลบางเบาที่ “ไม่ก่อให้เกิดสิว” และยังช่วยให้อาการอักเสบสงบลงอีกด้วย

9. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อน 

ความเชื่อทั่วไปว่าการจัดการกับสิวคือการหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนซึ่งจริงๆแล้วมันดีสำหรับผู้ที่มีผิวมันในการปลดเซลล์ผิวเบา ๆ สัปดาห์ละครั้งเนื่องจากจะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายออกจากผิวในทันทีแล้วยังทำให้ผิวดูสว่างขึ้นและในระยะยาวลดการเกิดสิวหัวดำสิ่งสำคัญคืออย่าขัดหรือผลัดเซลล์ผิวมากเกินไปมิฉะนั้นคุณจะระคายเคืองผิวได้ง่าย

13 ความจริงเรื่องสิวที่คุณต้องรู้ 03

10. อย่าบีบสิว

ไม่ควรแตะต้องหรือบีบสิวของคุณเพราะมันจะนำไปสู่ความเสียหายของผิวหนังและอาจส่งผลให้เกิดรอยคล้ำถาวรหรือรอยแผลเป็นของผิว ควรใช้การรักษาเฉพาะจุดลงบนบริเวณดังกล่าวโดยตรง เป็นกรดซาลิไซลิกซึ่งสามารถทำให้แห้งไวและช่วยระงับการอักเสบได้

11. หลีกเลี่ยงการแต่งหน้า

ไม่จำเป็นต้องหลีกเลี่ยงการแต่งหน้าหากคุณมีสิวและหลาย ๆ คนเลือกที่จะปกปิดจุดต่างๆเพราะมันให้ความมั่นใจในตัวเองสิ่งสำคัญคือต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมสำหรับผิวมันและเป็นสิวง่ายเลือกใช้รองพื้นแบบที่ปราศจากน้ำมันด้วย 

12. สเตียรอยด์ช่วยให้จุดด่างดำหายไป 

การฉีดสเตียรอยด์เป็นวิธีการที่มีประโยชน์ในการรักษาสิวที่มีขนาดใหญ่และรักษายากหรือต้องการให้ยุบอย่างรวดเร็วเช่นก่อนวันนัดเดท สเตียรอยด์สามารถฉีดเข้าไปในสิวได้โดยตรงและส่งผลให้ตุ่มสิวแบนราบภายใน 42 – 72 ชั่วโมงขั้นตอนนี้ควรทำภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผิวหนังเท่านั้นเนื่องจากขั้นตอนนี้มีความเสี่ยง

13. ตำแหน่งสิวอาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพ

มีหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่บ่งชี้ว่าการสังเกตการเกิดสิวในบริเวณต่าง ๆ ของใบหน้านั้นได้ผล เช่น

สิวที่หน้าผาก อาจเกิดจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมบางชนิดเช่นแว็กซ์และน้ำมันซึ่งอุดตันรูขุมขน นอกจากนี้ยังสามารถเกิดขึ้นได้หากคุณมีไรผมเยอะเนื่องจากผมจะถูกับผิวหนังบริเวณหน้าผากทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจทำให้เกิดสิวได้  เช่นเดียวกับการสวมหมวกหมวกแก๊ปและหมวกกันน็อคเป็นประจำ

สิวบริเวณแก้มและกราม อาจเป็นผลมาจากการใช้โทรศัพท์  หน้าจอสัมผัสที่มีแบคทีเรียจำนวนมากบนหน้าจอและการวางโทรศัพท์แนบแก้มจะสร้างแรงเสียดสีที่อาจกระตุ้นต่อมผลิตน้ำมันหรือต่อมไขมันของคุณ นอกจากนี้ยังรวมถึงความร้อนที่เกิดจากโทรศัพท์ที่รบกวนใบหน้า

บริเวณขากรรไกรและรอบปาก – สิวที่เกิดขึ้นบริเวณครึ่งล่างของใบหน้ามักเชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง และมักจะทำให้เกิดที่มีจุดกระด่างดำในวัยถัดไป มักจะเป็นสิวแบบฝังในเป็นการอักเสบอยู่ใต้ผิวหนังแทนที่จะเป็นสิวหัวดำหรือสิวหัวขาว “

ขอบคุณบทความจากhttps://www.cosmopolitan.com/uk/beauty-hair/beauty-trends/advice/a40485/adult-acne-myths-facts/ 

ขอบคุณรูปภาพจากhttps://www.freepik.com/search?dates=any&format=search&page=1&query=Acne&sort=popular 

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter