ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว

สารบัญ

เมื่อพูดถึงการดูแลผิวที่เปล่งปลั่งได้นั้นเพียงแค่คุณเดินเข้าไปในครัว คุณก็จะเจอสิ่งที่มีเกือบทุกบ้านนั่นคือ “มะเขือเทศ” เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในการบำรุงผิวที่จะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดีและเปล่งปลั่ง ประโยชน์ของมะเขือเทศ สรรพคุณบนผิวนั้นมีมากมาย ประกอบด้วยวิตามินและสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อผิวหลายอย่าง ซึ่งอุดมไปด้วยไลโคปีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่พบในมะเขือเทศ สามารถซ่อมแซมผิวที่เสียหายและฟื้นฟูผิวที่เปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ และยังมีคุณสมบัติที่เป็นกรดเล็กน้อยทำให้เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีผิวมันและเป็นสิวง่าย

ประโยชน์ที่เป็นไปได้ของมะเขือเทศที่มีต่อผิว

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?1

อาจช่วยป้องกันมะเร็งผิวหนังได้

ไลโคปีน เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่ละลายได้ดีในไขมัน พบในผลไม้ประเภทต่าง ๆ แต่จะพบมากในมะเขือเทศ

การได้รับแสงแดดที่มีความรุนแรงของรังสียูวีสูงนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งผิวหนังมาก เพราะในแสงแดดมีรังสี UVA ซึ่งเป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นยาว จึงสามารถทะลุม่านเมฆหรือแม้แต่กระจก เข้าถึงภายในชั้นผิวที่ลึกจนสามารถทำลายคอลลาเจนบนผิวซึ่งนำมาของปัญหาผิวเหี่ยวย่น ร่วงโรย และแก่ก่อนวัย ส่วนรังสี UVB เป็นรังสีที่มีช่วงคลื่นสั้น นี้เป็นแสงที่สามารถทำให้เกิดผิวไหม้ แดง และหากได้รับรังสีเป็นระยะเวลายาวนาน อาจทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ มันจะทำให้ผิวแสบแดงอักเสบ และยังเป็นสาเหตุของฝ้ากระอีกด้วย

ในการศึกษาจากสถาบันที่เชื่อถือได้ เมื่อได้ใช้มะเขือเทศเป็นอาหารสำหรับหนูกลุ่มที่ 1 ที่ไม่มีขนและมีสุขภาพที่ดีเป็นเวลา 35 สัปดาห์ ส่วนหนูกลุ่มที่ 2 ทานผลไม้อย่างอื่น จากนั้นพวกหนูจะได้รับแสง UVB สามครั้งต่อสัปดาห์ นักวิจัยพบว่าหนูที่ได้รับอาหารจากมะเขือเทศมีเนื้องอกน้อยกว่า นี่แสดงให้เห็นว่ามะเขือเทศอาจป้องกันการพัฒนามะเร็งผิวหนังในมนุษย์ได้เช่นกัน

*แต่อาจจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?2

ลดความเสี่ยงของการถูกแดดเผา

จากที่มะเขือเทศมีไลโคปีนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระในตระกูลแคโรทีนอยด์ ที่จะปกป้องร่างกายของคุณจากอนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นสารประกอบมหัศจรรย์ในมะเขือเทศ จากการวิจัยหลายแหล่งเริ่มแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถปกป้องผิวจากความเสียหายจากรังสียูวีจากการถูกแดดเผาเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพมาก

ในอาหารของชาวตะวันตกได้มาจากมะเขือเทศเท่านั้นเป็นแหล่งไลโคปีนในอาหารประมาณ 85% โดยการแปรรูปที่ดีที่สุดคือ ‘มะเขือเทศบด’ จึงไม่น่าแปลกใจเลยใช่มั้ยล่ะว่าเมนูอร่อยของฝรั่งล้วนแต่มีมะเขือเทศบด

มีการทดสอบโดยนำผู้หญิง 23 คนที่เคยชินกับการตากแดดอยู่แล้ว แบ่งเป็นสองกลุ่ม โดยกลุ่มแรกได้กินมะเขือเทศ 55 กรัมทุกวันเป็นเวลา 12 สัปดาห์ (ให้ไลโคปีน 16 มก.) อีกกลุ่มไม่ได้กิน ปรากฏว่าเกิดการปกป้องผิวเพิ่มขึ้น 30% อย่างไม่น่าเชื่อ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะหยุดใช้ครีมกันแดดนะจ๊ะ แต่ก็ดีที่เราได้รู้ว่าเมนูที่มีมะเขือเทศนั้นจะส่งผลดีกับผิวของคุณมากขึ้น สามารถช่วยปกป้องผิวของคุณจากความเสียหายเล็กน้อยที่สะสมโดยที่เราไม่รู้ตัว

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?3

ส่งเสริมการรักษาบาดแผลและบรรเทาการอักเสบของผิวหนัง

ตามฐานข้อมูลสารอาหารที่เชื่อถือได้ของกระทรวงเกษตรของสหรัฐอเมริกา มะเขือเทศ 1 ถ้วยมีวิตามินซีประมาณ 30 กรัมและเรามักจะพบวิตามินซีส่วนใหญ่ในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันใหม่ ซึ่งช่วยซ่อมแซมบาดแผลและเร่งกระบวนการสมานตัว

และยังมีสารประกอบหลายชนิดในมะเขือเทศที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้แก่ ไลโคปีน, เบต้าแคโรทีน, ลูทีน, วิตามินอีและวิตามินซี

เมื่อทาลงบนผิวหนัง สารเหล่านี้อาจช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกี่ยวข้องกับการระคายเคืองผิวหนังหรือการถูกแดดเผา  อย่างไรก็ตามจะต้องมีงานวิจัยเพิ่ม

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?4

กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนและต่อต้านริ้วรอย

ดังที่ได้พูดไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่ามะเขือเทศเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีมากแหล่งหนึ่งจากธรรมชาติ นอกจากการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันแล้ว วิตามินซียังช่วยกระตุ้นการผลิตคอลลาเจนอีกด้วย

ยังมีวิตามินบี ที่มีความจำเป็นต่อสุขภาพผิวที่ขาดวิตามินเหล่านี้ คุณสามารถหาได้จากมะเขือเทศที่ชุ่มฉ่ำเพราะมันมีวิตามิน B-1, B-3, B-5, B-6 และ B-9 วิตามินเหล่านี้มีคุณสมบัติในการต่อต้านวัย ช่วยลดจุดด่าง ริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่น วิตามินบียังมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมเซลล์ การกินมะเขือเทศจะช่วยให้ร่างกายของคุณได้รับวิตามินเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผิวของคุณอย่างมากเลยนะ

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?5

ช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว

หลายคนชอบการขัดผิวเพื่อช่วยขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เพราะจะช่วยปรับสัมผัสผิวให้เนียนนุ่มและกระจ่างใสขึ้นได้ บางคนอ้างว่าเอ็นไซม์ในมะเขือเทศสามารถให้ประโยชน์ในการผลัดเซลล์ผิวเมื่อทาลงบนผิว

ยิ่งเมื่อได้น้ำไปผสมกับน้ำตาลหรือเกลือ มันจะทำให้ปฏิกิริยาในการผลัดเซลล์ทำงานได้ดีขึ้น แต่การทำสครับมะเขือเทศคุณต้องระมัดระวังเลือกซื้อผลึกน้ำตาลหรือเกลือที่ไม่หยาบและคมจากที่ผิวจะสวยกลายเป็นผิวเสียแทนนะคะ

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?6

ความชุ่มชื่นผิว

ผิวที่แห้งอาจทำให้เกิดอาการคัน แตก และลอกได้ แต่โดยปกติแล้วคุณจะใช้โลชั่นและครีมต่าง ๆ ในการบรรเทาความแห้งกร้านนี้ แต่ถ้าคุณอยากบำรุงผิวแบบธรรมชาติบำบัด คุณสามารถใช้น้ำมะเขือเทศทาผิวเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นได้นะ

เพราะมะเขือเทศเป็นแหล่งโพแทสเซียมที่ดีเยี่ยม โพแทสเซียมนั้นจะทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย จึงทำให้ร่างกายสามารถอุ้มน้ำและเกิดความชุ่มชื้นบนผิว 

เรามีสินค้า 3 ตัวในสามขั้นตอนที่ครอบคลุม

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?6

คลีนเซอร์ล้างเครื่องสำอาง

Brightening Cleanser 

จาก INDIE LEE

เป็นคลีนเซอร์ล้างเครื่องสำอางที่สามารถมาส์กในหนึ่งเดียว ที่อัดแน่นไปด้วยมีวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีศักยภาพ สูงในการดูแลผิว และเป็นสารสกัดจากพืชเพื่อปกป้องและเพิ่มความเปล่งปลั่ง กระจ่างใส จากธรรมชาติ

มีส่วนผสมของผลไม้ น้ำมันเมล็ดสตรอเบอร์รี่ โปรตีนจากข้าวสาลีที่ไฮโดรไลซ์ และสารสกัดจากมะเขือเทศ ที่ช่วยเสริมสร้าง กระชับ และปกป้อง ทำให้ผิวชุ่มชื้นและเนียนนุ่ม ช่วยให้ผิวรู้สึกสบาย และล้างเครื่องสำอางและสิ่งสกปรกออกอย่างอ่อนโยน  

นอกจากจะช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นแล้ว ด้วยส่วนผสมอันเป็นเอกลักษณ์ของสารสกัดจากพืช สูตรที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระนี้จึงทำหน้าที่เป็นมาส์กผลัดเซลล์ผิวเพื่อช่วยให้ผิวสัมผัสที่ขรุขระ ไม่สม่ำเสมอกลับมาเรียบเนียนขึ้น และยังช่วยลดขนาดของรูขุมขนโดยมาส์กประมาณ 5 นาทีก่อนล้างออก

ขนาด 30 ml

ราคา 380 บาท

ซื้อเลย! https://www.sephora.co.th

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?7

ออยล์บำรุงใบหน้า

“B” Oil

จาก THE ORDINARY

การใช้น้ำมันสำหรับใบหน้า เป็นประจำนั้นคือวิธีที่ดีในการให้ความชุ่มชื้นโดยธรรมชาติแก่ผิวของคุณ น้ำมันมีหน้าที่เป็นเกราะป้องกันผิว นั่นจึงจะสามารถกักเก็บความชุ่มชื้นและยังลดการผลิตความมันของ sebum อีกด้วย  

ส่วนผสมนี้มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระที่อัดแน่นไปด้วยสารสกัดจากสาหร่าย น้ำมันโจโจบา และสารสกัดจากมะเขือเทศ ที่จะช่วยในเรื่องการรักษาความชุ่มชื้น ผิวที่คัน-ระคายเคือง ปรับโทนสีผิวให้สม่ำเสมอ 

สามารถใช้ได้ทั้งในตอนเช้าและตอนเย็น สักสองสามหยดลงบนฝ่ามือแล้วทาให้ทั่วใบหน้า จะใช้แบบเดี่ยว ๆ หรือจะใช้คู่กับเซรั่มตัวอื่นหรือผสมมอยส์เจอไรเซอร์สักสองสามหยด

อีกก็ได้นะ แต่ไม่ควรใช้ร่วมกับครีมที่มีความเข้มข้นมาก ๆ ในตอนกลางวัน เกรงว่าจะไม่รอดเอาได้!

ขนาด 30 ml

ราคา 360 บาท

ซื้อเลย! https://www.beautyexpert.com

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?8

ออยล์บำรุงดวงตา

Noni Radiant Eye Oil

KORA ORGANICS BY MIRANDA KERR

KORA  Organics เป็นแบรนด์ออร์แกนิกมาจากเป็นธรรมชาติที่ปราศจากการทารุณกรรมที่ผ่านการรับรอง น้ำมันบำรุงรอบดวงตาจะบรรเทาดวงตาที่ดูอ่อนล้า โดยใช้โรลเลอร์บอลที่ทำจากหินโรสควอตซ์เพื่อประสบการณ์การบำรุงที่หรูหรา 

นี้เป็นทรีทเม้นท์บำรุงรอบดวงตาออร์แกนิก ที่จะปรับโทนสีผิวให้เรียบเนียน และเพิ่มความสว่างให้กับบริเวณรอบดวงตาเพื่อให้ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง 

มีสารสกัดจากลูกยอออร์แกนิก ผลไม้ มะเขือเทศ และสารสกัดจากไผ่ที่ผสมผสานกับน้ำมัน Kahai และน้ำมันกาแฟเพื่อปลุกและเพิ่มความสดใสให้กับบริเวณใต้ดวงตาที่บอบบาง

ขนาด 10 ml

ราคา 1,490 บาท

ซื้อเลย! https://www.sephora.co.th

ทำไม “มะเขือเทศ” ถึงดีกับผิว?9

เช่นกันค่ะ ในบางทีอาจจะมีผลข้างเคียงของการใช้มะเขือเทศในบางคน มะเขือเทศมีฤทธิ์เป็นกรดตามธรรมชาติ หากคุณรู้สึกไวต่อกรดมาก ๆ จากการใช้มะเขือเทศบำรุงผิวหน้า อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาได้เช่น ผื่น, อาการคัน, ผิวแดงแสบ ก่อนใช้มะเขือเทศหรือน้ำมะเขือเทศทากับผิวโดยตรงควรลองทาเล็กน้อยในบริเวณผิวที่อ่อนนุ่มเพื่อทดสอบอาการแพ้ก่อนนะคะ หากผิวของคุณไม่สามารถทนต่อสภาพความเป็นกรดของมะเขือเทศได้ ให้กินหรือดื่มมะเขือเทศแทนค่ะ

ยุคนี้เป็นยุคที่เต็มไปด้วยผลิตภัณฑ์ดูแลผิวจากธรรมชาติ และมะเขือเทศก็เป็นทางเลือกที่ดีในการช่วยปรับผิวให้เปล่งปลั่งถือว่าเป็นยาจากธรรมชาติที่ช่วยลดปัญหาผิวต่าง ๆ ได้ นอกจากการบำรุงจากภายนอกด้วยการทาแล้วเพื่อให้ผิวดูอมชมพูขึ้นควรมีการบำรุงจากภายในด้วยการทานมะเขือเทศสด หรือผ่านการปรุงน้อยที่สุดจะส่งผลดีกับภูมิคุ้มกัน และผิวสวยเร็วขึ้นอีกด้วยนะ piwd-review

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.bbc.co.uk

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter