ฟันเหลือง!

ครีม

สารบัญ

แก้ไขและป้องกันได้

การที่ฟันเกิดการเปลี่ยนสีนั้นมันจะค่อย ๆ เปลี่ยนทีละนิดจนคุณลืมสังเกต มาสังเกตเห็นอีกทีคือฟันของคุณก็ได้ฟันเหลืองแบบสมบูรณ์แล้ว

อาหารบางชนิดอาจทำให้เคลือบฟันของคุณเป็นคราบ ซึ่งเป็นชั้นนอกสุดของฟันที่เรียกว่า “คราบพลัค” ที่สะสมบนฟันของคุณอาจทำให้ฟันเหลืองได้

ฟันอาจดูเหลืองหรือสีเข้มขึ้นโดยเฉพาะเมื่อคุณอายุมากขึ้น โดยธรรมชาติแล้วเนื้อฟันมีสีเหลืองซึ่งเป็นเนื้อเยื่อกระดูกสีเหลืองตามธรรมชาติซึ่งอยู่ใต้เคลือบฟัน เมื่อเคลือบฟันชั้นนอกเสื่อมสภาพ มันจะเผยให้เห็นเนื้อฟันสีเหลืองที่อยู่ชั้นในได้มากขึ้น 

มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกมากมายในการฟอกสีฟันให้ขาวขึ้นเพื่อรอยยิ้มที่สดใส แต่อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ฟอกสีฟันส่วนใหญ่นั้นสีส่วนประกอบจากสารเคมี ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายคนกังวล หากคุณต้องการฟันที่ขาวขึ้นแต่อยากจะหลีกเลี่ยงสารเคมี ด้านล่างคือข้อมูลและเคล็ดลับในการดูแลช่องปากและแก้ฟันเหลืองที่มาจากเป็นธรรมชาติและปลอดภัยอีกด้วย

ฟันเหลือง!1

ฟันเหลืองเกิดจากอะไร?

มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ เช่น

-อาหารหรือเครื่องดื่มบางชนิด : เช่น บลูเบอร์รี่ ไวน์แดง กาแฟ หรือชา

-อาหารที่มีน้ำตาลสูงและคาร์โบไฮเดรต

-การสูบบุหรี่

-ผลข้างเคียงของยาสีฟันและน้ำยาบ้วนปากบางชนิด

-อายุมากขึ้น : เพราะคนสูงอายุมีแนวโน้มฟันเหลืองมากขึ้น

-กรรมพันธุ์

-แผลในปาก

-การบริโภคฟลูออไรด์มากเกินไป

-การดูแลฟันที่ไม่ดีและสุขอนามัยในช่องปาก

-ปากแห้งเรื้อรังหรือขาดน้ำลาย

วิธีข้างล่างนี้ควรเลือกทำสลับกันไปทดลองเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

ฟันเหลือง!2

1. การแปรงฟันให้ถูกวิธี

แผนปฏิบัติการแรกของคุณควรคือการแปรงฟันบ่อยขึ้นและในลักษณะที่ถูกต้อง การแปรงฟันหลังรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่อาจทำให้ฟันเหลืองเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 นาที ให้ค่อย ๆ แปลงเพื่อให้แน่ใจว่าคุณได้แปลงเข้าไปในซอกของฝันทั้งหมด และขอให้แปรงอย่างเบามือแบบเป็นวงกลมเพื่อไม่ให้ขัดถูและทำลายเคลือบฟัน แนะนำให้จับเวลาเพราะคนส่วนใหญ่มักจะเข้าข้างตัวเองว่านานพอแล้ว หรือบางคนแปลงนานจนเกินไป

การแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟอกฟันขาวยังเป็นตัวเลือกที่ดีและได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่าช่วยให้รอยยิ้มของคุณขาวขึ้น จากการศึกษาในปี 2018 ยาสีฟันไวท์เทนนิ่งเหล่านี้มีสารกัดกร่อนเล็กน้อยที่จะช่วยขจัดคราบบนพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนโยนพอที่จะปลอดภัย

ฟันเหลือง!3

แต่ควรระวัง : การแปรงฟันทันทีหลังจากรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นกรด เมื่อแปรงฟันทันทีจะทำให้เป็นกรดมากเกินไป เพราะจะทำให้มีการกัดเซาะเคลือบฟันออกไปมากขึ้น

ฟันเหลือง!4

การใช้แปรงสีฟันไฟฟ้าอาจมีประสิทธิภาพในการขจัดคราบพลัคบนผิวฟัน เพราะคนเรามักจะใช้เวลาในการทำความสะอาดนานขึ้นเมื่อเทียบกับแปลงธรรมดา

ฟันเหลือง!5

2. การกลั้วปากด้วยน้ำมัน 

การกลั้วปากด้วยน้ำมันนั้นเป็นวิธีการรักษาพื้นบ้านของอินเดียที่มีมานานนับพันปี เพื่อดึงเอาแบคทีเรียหรือจุลินทรีย์ ซึ่งจะกลายเป็นคราบพลัคที่ทำให้ฟันของคุณดูเหลือง หรือเป็นการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย

ปรับปรุงสุขอนามัยภายในช่องปากและร่างกาย

ในอดีตคนอินเดียมักจะใช้น้ำมันดอกทานตะวันหรือน้ำมันงาในการกลั้วปาก แต่ที่จริงสามารถใช้น้ำมันได้เกือบทุกชนิด และหนึ่งในตัวเลือกที่นิยมนั้นคือ “น้ำมันมะพร้าว” เป็นทางเลือกที่ดีเพราะมีกลิ่นและรสชาติที่ถูกใจและมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

ฟันเหลือง!6

น้ำมันมะพร้าวยังมีกรดลอริกสูง ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถในการลดการอักเสบและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย 

ผลการศึกษาบางชิ้นแสดงให้เห็นว่าการดึงน้ำมันทุกวันช่วยลดแบคทีเรียในปาก ร่วมกับคราบพลัคและเหงือกอักเสบ 

Streptococcus mutans เป็นหนึ่งในแบคทีเรียหลักในปากที่ทำให้เกิดคราบพลัคและเหงือกอักเสบ ผลการศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่าการกลั้วน้ำทุกวันด้วยน้ำมันงาช่วยลดสเตรปโทคอคคัสในน้ำลายได้มาก แต่ถึงจะไม่ได้ทำให้ฟันขาวขึ้นโดยตรง แต่การกลั้วน้ำมันอาจทำให้ฟันขาวขึ้นได้ เนื่องจากการสะสมของคราบจุลินทรีย์อาจทำให้ฟันเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ นอกจากนี้ยังรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีขึ้นซึ่งปลอดภัยและคุ้มค่าที่จะลอง 

ฟันเหลือง!7

สูตรการทำแค่ กลั้วน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเพียง 1 ช้อนโต๊ะเข้าปากแล้วกลั้วปากเป็นเวลา 15 – 20 นาที แล้วบ้วนออก ตามด้วยการบ้วนปากด้วยน้ำแล้วแปรงฟันตามปกติ น้ำมันมะพร้าวจะไปดึงแบคทีเรียและจุลินทรีย์ออกมาจากซอกที่แปรงสีฟันเข้าไม่ถึง ด้วยความเหนียวหนืดจากน้ำมันเมื่อดึงสิ่งสกปรกออกมาแล้วก็จะไม่กลับไปติดในช่องปากอีก อย่ากลืนน้ำมัน!เพราะมันมีสารพิษและแบคทีเรียในปากของคุณ

ขอเตือนว่า! อย่าบ้วนน้ำมันมะพร้าวลงในโถส้วมหรืออ่างล้างหน้า เพราะอุณหภูมิที่เย็นจะทำให้น้ำมันกลับไปมีสภาพเป็นไขและทำให้เกิดการอุดตันได้

การบ้วนด้วยน้ำมันมะพร้าวสามารถทำได้ทุกวันเพราะไม่เหมือนกับวิธีการฟอกสีฟันแบบอื่น ๆ ที่มีกรดหรือส่วนผสมอื่น ๆ ที่กัดเซาะเคลือบฟัน วิธีนี้มีความปลอดภัยมากในการดูแลช่องปาก และจะให้ดีควรเลือกซื้อน้ำมันออร์แกนิกคุณภาพสูงเสมอเพราะจะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตราย

ฟันเหลือง!8

3. ใช้เบกกิ้งโซดา 

เบกกิ้งโซดาหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตเป็นเกลือชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเป็นผลึกขนาดเล็ก มีคุณสมบัติในการฟอกสีฟันตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นส่วนผสมที่นิยมอยู่ในยาสีฟันทั่วไปที่วางขายในตลาด เบกกิ้งโซดาเป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเล็กน้อยเพื่อที่จะช่วยชะล้างขจัดคราบบนพื้นผิวฟันเช่น คราบกาแฟหรือควันบุหรี่ โดยไม่สามารถขจัดคราบฝังลึกได้จึงไม่ทำลายเกราะป้องกันของฟัน และยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นด่างในปากเพื่อที่จะช่วยป้องกันไม่ให้แบคทีเรียเติบโต

มีการทดสอบยาสีฟันทั้งแบบที่มีและที่ไม่มีเบกกิ้งโซดา ก็พบว่ายาสีฟันที่มีเบกกิ้งโซดามีประสิทธิภาพในการกำจัดคราบเหลืองออกจากฟันได้ดีกว่ายาสีฟันทั่วไปที่ไม่มี ยิ่งมีความเข้มข้นสูงเท่าไร ผลลัพธ์ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แต่วิธีนี้อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์ทันทีหลังใช้ แต่คุณจะค่อย ๆ เห็นความแตกต่างเมื่อใช้เป็นประจำ

ฟันเหลือง!9

หากต้องการใช้วิธีนี้ ให้ผสมยาสีฟันกับเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาแล้วแปรงฟันตามปกติ วิธีนี้คุณสามารถทำได้สองสามครั้งต่อสัปดาห์ จะเห็นผลที่ชัดเจนได้ในประมาณ 6 สัปดาห์

สิ่งที่ควรระวังคือ อย่าหยิบผงฟูมาทำนะมันเป็นคนละอันกัน เบกกิ้งโซดานั้นได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นทางเลือกที่ดีในการทำให้ฟันขาวขึ้น แต่ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสุขภาพฟันอื่น ๆ

ฟันเหลือง!10
3. ใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 

Hydrogen peroxide มีลักษณะเป็นของเหลวที่หนืดกว่าน้ำนิดหน่อยมักจะใช้โดยการเจือจางกับน้ำเพื่อทำความสะอาด ฆ่าเชื้อ โดยมีฤทธิ์อ่อน ๆ ที่สำคัญมีฤทธิ์ในการฟอกขาว ใช่แล้ว มักถูกผสมอยู่ในน้ำยาบ้วนปากที่เราใช้กันนี้แหละ

การศึกษาชิ้นหนึ่งพบว่ายาสีฟันที่มีเบกกิ้งโซดาและไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 1% ทำให้ฟันขาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และพบว่าการแปรงฟันด้วยยาสีฟันตามท้องตลาดที่มีเบกกิ้งโซดาและเปอร์ออกไซด์วันละสองครั้งทำให้ฟันขาวขึ้น 62% ใน 6 สัปดาห์ แม้ว่าความเข้มข้นที่เจือจางมามากแล้วจะปลอดภัย แต่ความเข้มข้นหรือการใช้มากเกินไปอาจทำให้ระคายเคืองเหงือกและเสียวฟันได้ 

ฟันเหลือง!11

ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์เป็นสารฟอกขาวตามธรรมชาติและสามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในปากของคุณได้อย่างปลอดภัยจะใช้เป็นน้ำยาบ้วนปากหรือผสมกับเบกกิ้งโซดา โดยใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 2 ช้อนชากับเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาแล้วแปรงฟันเบา ๆ ก็ได้เพื่อทำยาสีฟันไวท์เทนนิ่งที่ไม่มีฟอง นี้เป็นวิธีที่ดีเพราะไม่ต้องกลั้วน้ำตามมันจึงยังคงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อได้ยาวนานขึ้น โดยไม่ควรใช้เกิน 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากการใช้มากเกินไปอาจทำให้เคลือบฟันของคุณสึกกร่อน

ฟันเหลือง!12

หรือว่าคุณจะเลือกเป็นสินค้าที่มีส่วนผสมของ Hydrogen peroxide ควรเลือกสินค้าที่มีส่วนผสมอย่างอื่นที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับฟันและสุขภาพในช่องปากอย่างเช่น ควรมีฟลูออไรด์เพื่อเสริมสร้างเคลือบฟัน หรือเซทิลไพริดิเนียมคลอไรด์เพื่อฆ่าแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของคราบจุลินทรีย์และกลิ่นปากด้วย 

ฟันเหลือง!13

4. ทานผักและผลไม้ 

การทานผักและผลไม้นอกจากจะดีต่อร่างกายของคุณแล้วยังส่งผลดีต่อฟันของคุณอีกด้วยนะ แม้ว่าจะไม่มีฤทธิ์หรือสารที่สามารถทดแทนยาสีฟันแต่ผลไม้และผักที่กรุบกรอบเหล่านี้สามารถช่วยขจัดคราบพลัคออกไปเมื่อคุณเกิดการเคี้ยว 

มีสตรอเบอร์รี่และสับปะรดเป็นผลไม้สองชนิดที่อ้างว่าช่วยให้ฟันของคุณขาวขึ้น และนี้เป็นวิธีธรรมชาติที่แสนอร่อย ผลลัพธ์ของมันอาจจะใช้เวลาและอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่น้อยกว่าสารที่มีฤทธิ์ชะล้าง 

ฟันเหลือง!14

สตรอว์เบอร์รี่

การฟอกสีฟันด้วยส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รี่และเบกกิ้งโซดาเป็นวิธีการรักษาแบบธรรมชาติที่คนดังนิยมทำกัน! เพราะกรดมาลิกที่พบในสตรอเบอร์รี่จะขจัดการเปลี่ยนสีบนฟันของคุณ ในขณะที่เบกกิ้งโซดาจะขจัดคราบสกปรกออกไป (อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษานี้ยังไม่ได้รับการวิจัยในทางวิทยาศาสตร์ที่สมบูรณ์) แม้ว่าสตรอเบอร์รี่อาจช่วยผลัดคราบพลัคและทำให้ฟันดูขาวขึ้น แต่ก็ไม่น่าจะแทรกซึมเข้าไปในซอกฟันของคุณได้

หากคุณตัดสินใจที่จะลองใช้วิธีนี้ ให้ทำสองสามครั้งต่อสัปดาห์ โดยให้บดสตรอเบอร์รี่สด ผสมกับเบกกิ้งโซดา แล้วแปรงส่วนผสมนั้นแปลงตามปกติ ควรใช้ในการแปลงตอนเช้าหรือตอนที่ฟันไม่มีสิ่งสกปรกมากเกินไปเพราะการแปลงโดยไม่มีฟองอาจมีเศษอาหารตกค้างได้

ฟันเหลือง!15

สับปะรด

จากการศึกษาพบว่ายาสีฟันที่มีโบรมีเลน ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่พบในสับปะรด มีประสิทธิภาพในการขจัดคราบฟันได้ดี ซึ่งมีฤทธิ์ในการทำหน้าที่สลายคราบต่าง ๆ ที่อยู่บนฟันให้หลุดออกอย่างอ่อนโยนแบบธรรมชาติ ช่วยลดการเกิดคราบพลัคและโรคเหงือกได้อีกด้วย

การทานสับปะรดหลังมื้ออาหารเป็นอีกวิธีหนึ่งที่นอกจากจะช่วยย่อยแล้วยังสามารถทำความสะอาดฟันและช่องปากของคุณได้อีกด้วย ถ้าคุณไม่สะดวกที่จะแปลงฟันหลังทานอาหารนอกบ้านสับปะรดคือตัวเลือกที่ดีในการขจัดคราบระหว่างวัน

ฟันเหลือง!16

5. ปรับการทานและดื่มเพื่อป้องกันคราบฟันก่อนที่จะเกิดขึ้น 

แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดคือ “การป้องกัน” จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีสีสันที่เป็นอันตรายกับสีขาว เช่น กาแฟ ไวน์แดง โซดา และเบอร์รี่สีเข้ม ขึ้นชื่อเรื่องการเปลี่ยนสีฟัน

เราไม่ได้หมายความว่าคุณต้องหยุดบริโภคทั้งหมดนี้โดยสิ้นเชิง แต่คุณไม่ควรบริโภคมากเกินไป และทิ้งให้สีของอาหารเหล่านี้อยู่บนฟันของคุณนายเกินไป ควรจำกัดระยะเวลาที่ของเหล่านี้สัมผัสกับฟันของคุณ หลังมื้ออาหารถ้าไม่สะดวกจริง ๆ ก็อย่างที่เราบอกเบื้องต้นแค่สั่งสับปะรดจานเล็ก ๆ มาทานเล่นหลังมื้ออาหารก็ได้

ฟันเหลือง!17

หรือเป็นไปได้การดื่มเครื่องดื่มที่มีสีส่งผลเสียต่อฟัน เช่น กาแฟ เพื่อป้องกันการสัมผัสกับฟันของคุณโดยตรงก็ควรใช้ “หลอดดูด” เพื่อไม่ให้เครื่องดื่มที่มีสีเหล่านี้กระจายไปทั่วทั้งปาก นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่เพราะนอกจากจะทำให้รอยยิ้มของคุณหมองไม่สดใสแล้วยังจะสะสมจนอาจแก้ได้ยาก

ฟันเหลือง!18

ลดการบริโภคน้ำตาลลง

หากคุณต้องการฟันที่ขาวขึ้นควรลดการบริโภคน้ำตาลลง อาหารที่มีน้ำตาลสูงจะสนับสนุนการเจริญเติบโตของ Streptococcus mutans ซึ่งเป็นแบคทีเรียหลักที่ทำให้เกิดคราบพลัคและเหงือกอักเสบได้ เมื่อคุณกินอาหารที่มีน้ำตาลอย่าลืมบ้วนปากแปรงฟันหลังจากนั้นทานอย่าทิ้งเวลาให้นานนะเพื่อป้องกันการเกิดแบคทีเรีย

ฟันเหลือง!19

ทานอาหารแคลเซียมให้เพียงพอ

การเปลี่ยนสีฟันบางส่วนเกิดจากการกัดเซาะของเคลือบฟันและเผยให้เห็นเนื้อฟันที่อยู่ด้านล่างซึ่งมีสีเหลือง ดังนั้นควรฟื้นฟูและเสริมสร้างเคลือบฟันของคุณด้วยแคลเซียมจะช่วยให้รอยยิ้มของคุณเป็นประกาย อาหารที่อุดมด้วยแคลเซียม เช่น นม ชีส และบร็อคโคลี่ อาจช่วยปกป้องฟันของคุณจากการสึกกร่อนของเคลือบฟันได้

ฟันเหลือง!20

6. การแปรงฟันและการใช้ไหมขัดฟันหลังมื้ออาหาร

แม้ว่าการเปลี่ยนสีของฟันอาจเกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น อายุมากขึ้น สาเหตุส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการสะสมของคราบพลัค การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำจะช่วยให้ฟันของคุณคงความขาวได้โดยการลดแบคทีเรียในปากและป้องกันการสะสมของคราบพลัค

ยาสีฟันจะค่อย ๆ ขจัดคราบบนฟันของคุณ และการใช้ไหมขัดฟันจะขจัดแบคทีเรียที่นำไปสู่คราบพลัค การทำความสะอาดฟันเป็นประจำยังช่วยให้ฟันของคุณสะอาดและขาวอยู่เสมอ

การแปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน ควบคู่ไปกับวิธีการทำความสะอาดในรูปแบบต่าง ๆ เมื่อนำมาปรับใช้ผสมผสานกันนั้นจะส่งผลดีอย่างแน่นอน ควรสลับทำนั่นจะไม่ทำให้คุณเบื่ออีกด้วย

ฟันเหลือง!21

โปรดใช้ความระมัดระวังในการฟอกสีฟันเองด้วยวิธีต่าง ๆ เพราะคุณอาจสร้างความเสียหายให้กับฟันของคุณได้หากใช้ผลิตภัณฑ์อย่างไม่ถูกต้องหรือใช้เวลานานเกินไป ฟันคุณอาจสึกกร่อนมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้คุณเสี่ยงต่ออาการเสียวฟันและฟันผุได้

วิธีที่ดีที่สุดในการทำให้ฟันของคุณขาวขึ้นคือการป้องกันฟันเหลืองและคราบก่อนที่จะเกิดขึ้น การปฏิบัติสุขอนามัยในช่องปากที่ดีส่งผลมากกับสภาพฟัน และตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ

วิธีข้างต้นนี้เป็นการแก้ปัญหาและป้องกันฟันเหลืองและการเกิดคราบแบบวงกว้าง หากคุณมีปัญหาที่เจาะจงและเฉพาะกว่าควรปรึกษาทันตแพทย์ เพราะทันตแพทย์จะแนะนำวิธีที่เหมาะกับลักษณะของฟันได้เจาะจงมากกว่า และได้วิธีการที่ตรงกับปัญหาได้มากที่สุด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก piwd-review

Cr. ฝากไม่มีขั้นต่ำ

Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการเครื่องสำอางแนวหน้าในประเทศไทย

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter